<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://ret.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://ret.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดประชาคมวนาราม  (วัดป่ากุง)]]></title>
<link>https://ret.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/73735</link>
<guid isPermaLink="false">40ba20c533b832372b3c3ab8f19fe74c</guid>
<pubDate>Fri, 26 Apr 2024 16:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>วัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ใน อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามเป็นมีเจดีย์ขนาดใหญ่ ทำจากหินทรายธรรมชาติแห่งแรกในประเทศไทย โดยจำลองแบบการก่อสร้างมาจากบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนสถานที่สวยงามและยิ่งใหญ่ องค์พระเจดีย์มีภาพแกะสลักที่วิจิตรเป็นภาพพุทธประวัติและพระเวสสันดรชาดก ซึ่งตรงกับงานประเพณีบุญผะเหวดร้อยเอ็ด ภายในองค์เจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่นำมาจากประเทศอินเดียให้พุทธศานิกชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชาขอพรเพื่อเป็นสิริมงคล&nbsp;</strong></p>

<p><strong>เจดีย์หินทรายนี้ก่อสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ&nbsp;90&nbsp;ปี พรรษา&nbsp;60&nbsp;ของพระเทพวิสุทธิมงคล &ldquo;หลวงปู่ศรี มหาวีโร&rdquo; โดยสร้างด้วยแรงศรัทธาของคณะศิษยานุศิษย์ เสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสมัครสมานสามัคคี เทิดทูนความดีที่หลวงปู่ศรีได้ประพฤติปฏิบัติและทำงานแข่งกับเวลาให้สำเร็จ โดยทำงานกันทั้งกลางวันกลางคืน จะกระทั่งเสร็จภายใน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;</strong></p>

<p><strong>เจดีย์มีรูปทรงแปดเหลี่ยม กว้าง&nbsp;101&nbsp;เมตร ยาว101&nbsp;เมตร (กว้างxยาว ตามชื่อจังหวัด) สูง109&nbsp;เมตร แบ่งเป็น7&nbsp;ชั้น ตบแต่งด้วยหินทรายธรรมชาติ จากปากช่อง จ. นครราชสีมา&nbsp;</strong></p>

<p><strong>ชั้นที่ 1 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำเล่าเรื่องราวซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทานบารมี<br />
ชั้นที่ 2-3 เป็นภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติพระพุทธเจ้า<br />
ชั้นที่ 4 ภาพแกะสลักหินทรายเหลืองนูนต่ำรูปชัยมงคลคาถา<br />
ชั้นที่ 5 ผนังทรงกลมฐานรององค์เจดีย์ เป็นภาพสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน&nbsp;&nbsp;<br />
ชั้นที่ 6 เป็นองค์เจดีย์ราย 8 องค์ และองค์เจดีย์ประธาน 1 องค์ และโดยเฉพาะชั้นที่ 7 ยอดเจดีย์ทองคำ น้ำหนักถึง 101 บาท</strong></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ret.onab.go.th/th/file/get/file/20240426322312b682a0490d148692167efd5c64165035.jpg' type='image/jpg' length='67372' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดบึงพระลานชัย (พระอารามหลวง)]]></title>
<link>https://ret.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/13327</link>
<guid isPermaLink="false">9d0885fce5ae0624b2dd0fd6db47c2f6</guid>
<pubDate>Thu, 04 Nov 2021 11:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#000080;"><span style="font-size:26px;"><strong>วัดบึงพระลานชัย (พระอารามหลวง)</strong></span></span></p>

<p><span style="color:#0000cd;"><strong><span style="font-size:24px;">&nbsp;วัดบึงพระลานชัย ตั้งอยู่เลขที่ 116&nbsp; ถนนประชาธรรมรักษ์&nbsp; ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp; จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp; สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต&nbsp;&nbsp; &nbsp;เป็นวัดเก่าแก่โบราณรกร้างว่างเปล่ามาหลายร้อยปี&nbsp; มีสิ่งก่อสร้างปรักหักพัง มีศิลาแลง มีใบเสมา มีสระชัยมงคลเป็นสระน้ำเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวร้อยเอ็ด&nbsp; มีเสาหอไตรกลางสระชัยมงคล&nbsp;</span></strong></span></p>

<p><strong><span style="color:#800000;"><span style="font-size:24px;">ประวัติความเป็นมาวัดบึงพระลานชัย&nbsp; พระอารามหลวง&nbsp;&nbsp;</span></span></strong></p>

<p><strong><span style="color:#800000;"><span style="font-size:24px;">พ.ศ.2318 พระยาขัติยวงษา (ะน) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด ได้ชัดชวนข้าราชการ พ่อค้าประชาชนถากถางป่าดงพงหญ้า&nbsp; ซึ่งเต็มไปด้วยซากปรักหักพังบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นเป็นวัดและให้ชื่อว่า &quot;วัดบึงพระลานชัย&quot;&nbsp; แต่ชาวบ้านนิยมเรียกสั้นๆว่า &quot;วัดบึง&quot;&nbsp;พื้นที่ทั่วไปเป็นเนินสูงราบเรียบ มีสระน้ำ 1 แห่ง&nbsp; มีไม้ยืนต้นร่วมรื่น&nbsp;</span></span></strong></p>

<p><font color="#800000"><span style="font-size: 24px;"><b>พ.ศ.2430 หลวงสงกรานต์วิศิษฐ์ โดยการสนับสนุนของพระยาขัติยะวงษา (เภา ธนสีลังกูร) ได้นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และผู้ต้องขังช่วยกันถากถางป่า บุกเบิก พื้นฟู บูรณะวัดเก่าแก่โบราณรกร้างมานานขึ้นเป็นวัดอีกครั้ง และให้ชื่อว่า &quot;วัดบึงพระลานชัย&quot; เพราะถือบริเวณนี้&nbsp; เป็นวัดโบราณ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านชาวเมือง ตั้งอยู่ใกล้กับบึงพลาญชัย มีลักษณะเป็นเนินสูง สวยงาม ทั้งยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมฉลองชัยชนะจากการรบในสมัยก่อน&nbsp; ต่อมาเมื่อได้รับการสนับสนุนอุปถัมภ์จากพระยาขัติยะวงษา เอกาธิสตานันท์ (เหลา ณ ร้อยเอ็ด) และเจ้าเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าหลวงบริเวณเมืองมาโดยตลอด ได้อาราธนาพระครูเอกุตตรสตาธิคุณ จากอำเภอธวัชบุรี มาเป็น เจ้าอาวาส&nbsp;</b></span></font></p>

<p><font color="#800000"><span style="font-size: 24px;"><b>พ.ศ.2456 ทางราชการได้จัดตั้งกรมทหารม้าขึ้นที่มณฑลร้อยเอ็ด ทางราชการจึงได้อาราธนา พระครูเอกุตตรสตาธิคุณ เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp; ไปอยู่วัดสระทองมหาเสวกโทพระยารณชัยชาญยุทธสมุหเทศาภิบาล ผู้ว่าการมลฑลร้อยเอ็ดได้ไปอาราธนา พระครูวินัยธรหล้า จากวัดบวรนิเวศวิหาร จังหวัดพระนครเป็นเจ้าอาวาสแทน&nbsp;</b></span></font></p>

<p><font color="#800000"><span style="font-size: 24px;"><b>พ.ศ. 2464 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จึงเริ่มสร้างอุโบสถแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2465&nbsp;</b></span></font></p>

<p><font color="#800000"><span style="font-size: 24px;"><b>เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน คือ พระพรหมวชิรโสภณ&nbsp;&nbsp;</b></span></font></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://ret.onab.go.th/th/file/get/file/2021110469af576a71fc2690d8acbe31ac383b4b115837.jpg' type='image/jpg' length='68176' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม (พระมหาเจดีย์ชัยมงคล)]]></title>
<link>https://ret.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/13324</link>
<guid isPermaLink="false">4d7fd28b7215132087c55d1139b77763</guid>
<pubDate>Thu, 04 Nov 2021 11:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#4b0082;"><span style="font-size:28px;"><strong>วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม (พระมหาเจดีย์ชัยมงคล)</strong></span></span></p>

<p><span style="color:#b22222;"><strong>พระมหาเจดีย์ชัยมงคล&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วรารามตำบลผาน้ำย้อยอำเภอหนองพอกจังหวัดร้อยเอ็ด มีลักษณะ เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสม กันระหว่างพระปฐมเจดีย์ และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย &ldquo;พระอาจารย์ศรี มหาวิโร&rdquo; ซึ่งเป็นศิษย์ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ออกแบบโดยกรมศิลปากรเป็นสีขาวตกแต่งลวดลาย ตระการตาด้วยสีทอง เหลือง อร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคำ เป็น 109เ มตร ใช้ทองคำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหา เจดีย์เหมือนอยู่บน วิมานแดนสวรรค์</strong></span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="color:#b22222;"><strong>พระมหาเจดีย์ชัยมงคล</strong></span></p>

<p><span style="color:#b22222;"><strong><u>ชั้นที่ 1</u>&nbsp;เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ โอ่อ่า ผนังจารึกนามทานาธิบดีต่าง ๆ ใช้เป็นห้องประชุม บำเพ็ญบุญ<br />
<u>ชั้นที่ 2</u>&nbsp;เป็นห้องโถงโอ่อ่าเช่นกัน ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ลวดลาย ไทยวิจิตรพิสดาร<br />
<u>ชั้นที่ 3</u>&nbsp;เป็นที่ประดิษฐานรูปพระณาจารย์ ปราชญ์ อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อน และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์<br />
<u>ชั้นที่ 4</u>&nbsp;จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอาราม สถานปฏิบัติสมถะวิปัสสนา กรรมฐานที่หลวงปู่ศรีเคยบำเพ็ญธรรมมา<br />
<u>ชั้นที่ 5</u>&nbsp;บันไดเวียน 119 ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ<br />
<br />
พระเจดีย์นี้สร้างมานานกว่า 18 ปี จนปัจจุบันนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีกธาตุและพระสาวก</strong></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://ret.onab.go.th/th/file/get/file/2021110487a7b2510115d80e78b962fd09b51c18114440.jpg' type='image/jpg' length='369299' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดบูรพาภิราม ]]></title>
<link>https://ret.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color:#800000;"><span style="font-size:28px;"><strong>วัดบูรพาภิราม&nbsp;</strong></span></span></p>

<p><span style="color:#0000cd;"><strong>วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง ในเขตเทศบาลเมือง มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ประทับยืนเด่นเป็นสง่ามองเห็นได้จากระยะไกล เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวร้อยเอ็ด นอกจากนี้องค์พระเจ้าใหญ่ยังเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ตามคำขวัญของเมืองร้อยเอ็ดว่า &quot;สิบเอ็ดประตูงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกตุ บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ไชยมงคลงามน่ายลบึงพระลานชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ&quot;<br />
พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือพระเจ้าใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2516 องค์พระนั้นสร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ความสูงของ องค์พระวัดจากพระบาทถึงยอดเกศสูงถึง 59 เมตร 20 เซนติเมตร และมีความสูงทั้งหมด 67 เมตร 85 เซนติเมตร ที่ฐานพระพุทธรูป องค์นี้มีห้องที่ใช้ในศาสนกิจและห้องพิพิธภัณฑ์จำนวนหลายห้อง</strong></span></p>

<p><span style="color:#800080;"><u><strong>ประวัติวัดบูรพาภิราม</strong></u></span></p>

<p><span style="color:#000000;"><strong>วัดบูรพาภิรามสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2456 เดิมชื่อ วัดหัวรอ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดบูรพาภิราม เพราะในสมัยนั้นได้ใช้เป็น สถานที่สำหรับพักค้างแรมของพ่อค้าและประชานที่อาศัยการเดินเท้าเป็นหลัก เพราะยังไม่มีพาหนะการเดินทางสะดวกเหมือนปัจจุบัน วัดหัวรอจึง เป็นจุดเริ่มของการพักแรมในคืนแรกของการเดินทางและมักเป็นจุดนัดพบกันที่วัดแห่งนี้ ต่อมาพระอธิการหล้าอินทว์โส ได้ขยายวัด ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และได้เรียกชื่อวัดใหม่ว่า &quot;วัดบูรพา&quot; เพราะว่าตั้งอยู่ในทิศตะวันออกของเมือง แต่ในเวลาต่อมาได้ เปลี่ยนชื่อวัดใหม่ เพื่อความเหมาะสมว่า &quot;วัดบูรพาภิราม&quot; ด้านทิศตะวันออกของบริเวณวัดอยู่ติดกับคูรอบเมืองสมัยเก่า นอกจากนี้ภาย ในบริเวณวัดยังเป็น ที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูต โรงเรียนปริยัติธรรม และมีศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวเมืองอยู่ด้วย ความเชื่อและวิธีการบูชา ชาวร้อยเอ็ดถือว่าพระเจ้าใหญ่นั้นเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่คอยปกป้องคุ้มครองชาวร้อยเอ็ดให้มีชีวิต ความเป็นอยู่อย่างร่มเย็น เป็นสุขด้วยความสูงขององค์พระทำให้เกิดความเชื่อว่า หากได้มากราบไหว้ จะได้อานิสงส์สูงเทียมเมฆ เทียม ฟ้าทำการสิ่งใดก็สำเร็จผลด้วยประการทั้งปวง</strong></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://ret.onab.go.th/th/file/get/file/20211104d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e113145.jpg' type='image/jpg' length='114210' />
</item>
</channel>
</rss>
